From Up On Poppy Hill

posted on 04 May 2012 00:03 by tanachahcanat
 
              
ได้ไปดูเรื่อง From up on poppy hill งานใหม่จากสตูดิโอชื่อดังอย่าง Ghibli มาแล้ว โดยเรื่องนี้กำกับโดย Goro Miyazaki ลูกชายของผู้กำกับมือทองดังกระฉ่อนโลกอย่างคุณลุงสุดแนว Hayao Miyazaki นั่นเอง แต่ตรงนี้อาจจะต้องตัดประเด็นเรื่องฝีมือคราวพ่อคราวลูกไป อย่างไรก็คนละคนกันอยู่ดีเนอะ

ไม่ได้ดูเรื่องที่ Goro ได้กำกับไปในเรื่องที่แล้ว เนื่องจากเสียงกระแสตอบรับกลับสวนกลับมาอย่างยอดแย่ แถมตัว Goro เองก็ดั๊นไปได้รางวัลที่กุคงจะไม่ภาคภูมิใจอย่างผู้กำกับยอดแย่ (ใครมันจะชอบฟะ) โดนซ้ำหนักในเรื่องประเด็นที่เป็นบุตรชายของลุง Hayao ซะอีก แต่ในเรื่อง From Up On Poppy Hill นั้นกลับมีคำชมเชยตอบรับกลับมาไม่น้อยเลย

อย่าวาดฝันถึงจินตนาการสุดเพื้ยนเหนือธรรมชาติ หรือจะได้เห็นเหล่าเทวเทพบินกันเฟี้ยวฟ้าวกับกิริยาที่แปลกประหลาด  เพราะหนังเรื่องนี้คือหนังที่เสมือนจริงมาก เพียงแค่ทำออกมาในรูปแบบของตัวการ์ตูนสไตล์จิบลิ  ตัวละครหลักนั้นเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มสาวแสนจะธรรมดาที่ศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมในปี 1964 หรือเรียกกันว่ายุค 60s นั่นแล เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองในจังหวัดโยโกฮามะ
          

ชอบฉากหลังของเรื่องจัง
                  
Spoil จังๆจ้ะ 
                     
                           

อูมิ สาวน้อยน่ารักกำลังอยู่ในช่วงวัย Puppy love (ในโรงสก่าแปลชื่อผิดเป็น ยูมิ ทำให้แอบสับสนเล็กน้อย) เธออาศัยอยู่ในบ้านที่มีแต่หญิงล้วนเว้นแต่ว่าจะมีน้องชายคนเล็กที่แสนจะเอาแต่ใจ เรียกได้ว่าสาวอูมินั้นเป็นน้ำพักน้ำแรงของทุกคนในบ้านเลยก็ว่าได้ เธอทำหน้าที่อย่างดีพร้อม เช่นตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำอาหารให้ทุกคนกินก่อนที่จะไปทำกิจวัตรของตนเอง ไหนจะต้องรีบกลับจากโรงเรียนมาทำอาหารเย็นอีกแน่ะ ถึงจะฟังดูไม่ใช่เรื่องหนักโขอะไร แต่สำหรับเด็กอายุน้อยแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเล็กนัก (อย่างน้อยเราคนนึงล่ะที่ไม่ชอบทำหน้าที่นี้ อิอิ)


บ้านหญิงล้วน คุณชายคนเดียว

สิ่งที่อูมิตั้งใจที่จะทำทุกวันนั้นก็คือชักธงที่หน้าบ้านขึ้นทุกรุ่งสาง เป็นความเชื่อลึกๆว่าเรือของพ่อที่เสียไปของเธอจะแล่นผ่านมาเห็นนั่นเอง  แต่คนที่สังเกตุเห็นธงสัญลัษณ์ที่อูมิชักขึ้นทุกวันนั้นดั๊นเป็นไอ้หนุ่มสูงโปร่งก้านยาวหัวโจกในชมรมหนังสือพิม์อย่าง ชุน ซะงั้น ประเด็นนี้เองที่จุดชนวนให้ชุนหันมาสนอกสนใจอูมิอย่างจริงจัง คอยหว่านขนมจีบบ้างอะไรบ้างพอประมาณ โดยส่วนตัวแล้วชุนเป็นพระเอกที่ จขบ. ชอบมากที่สุดเท่าที่ดูหนังของสตูดิโอนี้มาเลยก็ว่าได้ ร่างสูงโปร่งเคลื่อนไหวว่องไว ไหนจะมีอุดมการณ์เป็นของตัวเองและสนใจเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์อีกแนะ รูปร่างละม้ายคล้ายยามะแห่งรีบอร์นนิดๆ 55 
              

โดดประท้วงการทุกตึก


ฉากพิมพ์กระดาษด้วยมือหักๆนี่ทำเอากรี๊ดดสลบ 555

                        
ประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งในหนังเรื่องนี้ก็คือทางโรงเรียนของอูมินั้นมีการประกาศว่าจะทุบตึกชมรมที่เกาะเขรอะโบราณคร่ำครึนี้เสียให้สิ้นซาก เพื่อที่จะใช้พื้นที่นั้นสร้างตึกชมรมใหม่ขึ้นมา นั่นทำให้ตึกโบราณที่มีหลากหลายชมรมและเป็นที่สุมหัวของเด็กผู้ชายเกิดความอลหม่านขึ้น นักเรียนชายร่วมกันขึ้นประท้วงกันอย่างดุเดือดเผ็ดมันส์อารมณ์ว่า 'พวกกรูไม่ยอมให้ทุบเฟร้ย!'  และแน่นอน หัวโจกและแกนนำหลักจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก ชุน และหนุ่มแว่นเพื่อนซี้ที่หน้าตาดีไม่แพ้กัน (สาวๆที่ดูคงจะชอบหมอนี่เยอะนะ)


หนุ่มแว่นขวัญใจสาว
                                        

สภาพเน่าๆของชมรม
                         

อูมิและน้องสาวซึ่งกำลังกิ๊กกั๊กกับหนุ่มแว่นก็ได้รวมพรรคพวกนักเรียนหญิงมาช่วยกันทำความสะอาดเลาะฝุ่นแห้งกรังและโมดิฟายน์ตึกนี้เสียใหม่ เพื่อให้ทุกคนพิจรณามันอีกครั้ง เหตุการ์ณนี้เองทำที่ให้อูมิและชุนใกล้ชิดกันมากขึ้น ฉากที่ทั้งสองอยู่ในห้องชมรมหนังสือพิมพ์นั้นเป็นที่อะไรที่ชอบอย่างบอกไม่ถูก สองคนนี้กิ๊กกันมาได้สักพักนึงก่อนที่จะมีเรื่องดราม่าไม่คาดฝันเกิดขึ้นตามมา

 

เรื่องดราม่าหนักที่ว่านั้นคืออูมิและชุนเกิดมีบิดาคนเดียวกัน!! พระเจ้า....หมายความว่าทั้งสองคนมีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันนั้นเอง พระเอกจึงพูดกับนางเอกและเชิดใส่แบบแมนๆว่า "ลืมความรู้สึกที่มีต่อกัน และเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะ"  เพล้งงง.. อูมิจังไม่ร่าเริงเหมือนเก่าและมีอาการเศร้าซึมที่ดูจะร้ายแรงกว่าคำว่าอกหักเสียอีก

เรื่องของตึกชมรมยังคงจะดำเนินต่อไป พร้อมกับวัยรุ่นทั้งสองที่ยังคงสับสนมึนงงกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ทั้งคู่จึงได้สืบเสาะค้นหาความจริงจากผู้หลักผู้ใหญ่ของตน ซึ่งก็แน่นอนว่าเกี่ยวข้องเเละรู้จักกันทั้งหมด


อูมิและชุนเกิดมีรูปภาพใบนี้เหมือนกัน หนึ่งในนั้นก็คือพ่อของทั้งคู่

บทสรุปยิบย่อยก็ได้ค่อยๆเผยออกมาทีละนิด โดยรวมแล้วก็คือว่าทั้งสองคนไม่ได้มีพ่อคนเดียวกัน เหมือนยกภูเขาออกจากอกและสามารถกิ๊กกันต่อไปได้ เเฮ่!!!! (เกรียนจังเรา 55)  ตึกชมรมที่บัดนี้ดูใหม่สะอาดเอี่ยมอ่องก็รอดพ้นจากการโดนทุบและอยู่สามารถใช้งานต่อไป  ต้องขอบคุณอูมิที่มาช่วยเจรจากับอาจารย์จนเรื่องนี้ประความสำเร็จไปด้วยดี


ใกล้ชิดกันวิ้วว
                               

โดยรวมแล้วถือว่าเป็นอนิเมชันที่ดีเรื่องหนึ่ง การดำเนินเรื่องออกแนวเนิบช้าและลื่นไหล ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่่องจะเหมือนละครญี่ปุ่นมากมาย แต่ช่วงเวลาของหนังนั้นนับว่าต่อเนื่องมาก ไม่มีซีนที่กระแทกปึ้กเข้าไปในความรู้สึก แต่มันเหมือนค่อยๆซึมซับแผ่เข้ามาในใจทีละนิดละนิด ฉากหลังที่ย้อนยุคไปเกือบ 50 ปีก็ทำได้ดี ความเก่าของเสื้อผ้าอาภรณ์ (ชุดผู้ชายเท่ๆเยอะเลย) หน้าตาของบ้านเมืองก็ทำให้หวนนึกไปถึงยุคสมัยก่อน เรียกได้ว่าการถ่ายทอดทางอารมณ์แบบคลาสสิคๆนั้นผ่านฉลุย ถึงมันจะดูเช้ยเชยก็เถอะ
                  
เรื่องเกี่ยวกับความสับสนและหน้าที่ของช่วงวัยรุ่นในเมืองที่กำลังฟื้นฟูจากสงครามโลกก็ถ่ายทอดมาได้อย่างดี อูมินั้นเป็นตัวละครที่ได้ผลกระทบกับสงครามนี้ไม่น้อย นั่นอาจจะเป็นแรงผลักให้เธอทำหน้าที่ดูแลทุกคนที่เธอรักอย่างตั้งอกตั้งใจ ราวกับเป็นเสาหลักของบ้านแทนคุณพ่อที่จากไป แต่ลึกๆแล้วเด็กผู้หญิงก็ต้องการให้มีผู้ชายมาคอยปกป้องดูแลอยู่นั่นเอง ส่วนชุนก็เจอปัญหาใหญ่เช่นกัน ไหนจะเกือบจิ้นกับว่าที่น้องสาวแล้ว ยังไม่รับรู้อีกด้วยว่าพ่อที่แท้จริงของตนนั้นคือใคร เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่หนักหนาพอดู การถ่ายทอดอารมณ์สับสนมึนงงจนทำให้แสดงท่าทีไม่ควรของวัยรุ่นก็มีในหนังเรื่องนี้
 
                      


อย่างหล่อ 55

ดนตรีประกอบนั้นก็ไพเราะจับหูมาก ชอบรองลงมาจาก Princess Mononoke เลยแหละ จิบลิเค้าเมพในเรื่องดนตรีประกอบอยู่แล้วเนอะ แต่สำหรับเราแล้วตัวหนังไม่ได้จิกกัดกระชากหัวใจของคนดูให้กลับมาหวนคิดนึกถึงมากพอ จะออกแนวดูเรื่อยๆและซาบซึ้งกับบรรยากาศหนังรักเสียมากกว่า ฟิลเหมือนเรื่องราวความรักของคนรุ่นเก่าสมัยนักเรียนนั่นแหละ มีอายเขินแอบชอบโรแมนติกหวานแหววน่ารัก อะไรประมาณนั้น แต่รูปโดยรวมก็ถือว่าใช้ได้จ้ะ อบอุ่นดี
             
          
เพลงประกอบนี้เพราะเหลือเกิน
          

Comment

Comment:

Tweet

เราชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ >w<

#1 By ►JuNo★iji◄ on 2013-03-02 19:36